Jump Force

Jump Force เกมแนว Fighting แบบ 3 ต่อ 3 จัดจำหน่ายโดย Bandai Namco โดยมีจุดเด่นของคือการนำเอาการ์ตูนมังงะ  หรือการ์ตูนญี่ปุ่นอีกหลายๆ เรื่อง มา Crossover กัน  รวมไปถึงบรรดาตัวละครที่มีให้เราได้เล่น ก็มีมากกว่า 40 ตัวละคร

Jump Force Game

โดยขนตัวละครมาจากจักรวาลของ Shonen Jump เช่น Dragon Ball, Naruto, One  Piece, Bleach หรือจะเป็นการ์ตูนยุค 80-90 อย่าง Saint Seiya หรือฤทธิ์หมัดดาวเหนือ 

และแน่นอนว่าจะต้องมีตัวละครเสริมอื่นๆ อีกมากมายในรูปแบบของ DLC ในอนาคต ดังนั้น Jump  Force จึงเปรียบเสมือนฝันที่เป็นจริงของแฟนๆ มังงะทั้งรุ่นเก่า และใหม่ ที่จะได้เห็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบได้มาต่อสู้กันแบบข้ามจักรวาลนั่นเอง  

Jump Force Review

เรื่องราวของเกมนี้ได้เริ่มต้นขึ้น  เมื่อโลกความเป็นจริงเกิดอุโมงค์มิติ  ทำให้เหล่าตัวละครดังจากการ์ตูน มีชีวิตขึ้น  และออกมาต่อสู้กัน และผู้เล่นจะได้รับบทเป็นคนธรรมดาที่โดนลูกหลงจนบาดเจ็บ  และจะได้รับอุปกรณ์พิเศษ ทำให้ผู้เล่นเกิดใหม่เป็นยอดนักสู้ ที่สามารถเรียนรู้วิชาต่อสู้ได้จาการ์ตูนดังทั้งหลาย  และเขาร่วมเป็นกองกำลัง J Force เพื่อที่จะรวมพลังปราบวายร้ายทั้งหลาย ที่ได้หลุดออกมาจากโลกการ์ตูน และช่วยกอบกู้โลกแห่งนี้ไว้ให้ได้

JumpForce

ดังนั้น  เมื่อเริ่มต้นเกม  ผู้เล่นจะต้องทำการสร้างตัวละครของผู้เล่นขึ้นมาเอง  เลือกรูปแบบจากการต่อสู้ 3 ประเภท คือการต่อสู้แบบประชิด  แบบโจรสลัด และแบบนินจา แล้วจึงจะได้เลือกว่าจะอยู่ในทีมไหน  ทีม Alfa ที่นำโดย Goku ทีม Beta นำโดย Luffy และทีม Grammar  ที่นำโดย Naruto และเมื่อเราได้เข้าสู้กองกำลังโดยสมบูรณ์แล้ว  ตัวเกมก็จะให้ผู้เล่นทำมิชชั่น เลือกตัวละครดังมาจัดเป็นทีม ร่วมกันต่อสู้เพื่อรับเงิน  และอัพเลเวล เพื่อให้ตัวละครเก่งขึ้น

jumpforce

 ซึ่งในแต่ละมิชชั่น จะค่อนข้างดูซ้ำๆ ในเกม Crossover  จากมังงะที่ขึ้นชื่อเรื่องความสนุก แต่ภารกิจต่างๆ กลับค่อนข้างขาดจินตาการนิดหน่อย ในส่วนที่ดีที่สุดของเกม คืองานกราฟฟิค  ที่ใช้ Unreal Engine ถ่ายทอดออกมาได้อย่างตระการตา รายละเอียดของตัวละครที่ให้อารมณ์จากต้นฉบับได้อย่างดี

Game Jump Force

รวมไปถึงยังมีเอฟเฟคการบาดเจ็บ  หรือชุดที่ขาดลุ่ยจากการต่อสู้อีกด้วย ฉากนั้นมีการนำออกมาจากในการ์ตูนต้นฉบับ และฉากอื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่ และมีรายละเอียดที่สมจริง และเอฟเฟคการต่อสู้ที่ทำออกมาได้อย่างอลังการ  ทั้งแสง สี เสียง จากในทุกๆ เรื่อง

ในด้านเกมเพลย์ของ  Jump Force จะเน้นไปที่ความดุเดือด  รวดเร็ว และลื่นไหลต่อเนื่องมากๆ Frameless  ทำออกมาได้ดี แม้ว่าในฉากจะเต็มไปด้วยรายละเอียด  และเอฟเฟคต่างๆ การต่อสู้จะแบ่งเป็นแบบ 3 ต่อ 3  ที่สามารถสลับตัวละครออกมาใช้ได้ตามต้องการ แต่ข้อสังเกตคือ  ทั้ง 3 ตัวละคร จะใช้ Health Bar หรือพลังชีวิตร่วมกันนั่นเอง  ซึ่งจะแตกต่างจากเกม Fighting 3 ต่อ 3 ทั่วไปนั่นเอง

Read more / อ่านเพิ่มเติม >>> https://bbwconsulting.net/ 

Credit :: Bandai